-  กราฟฟิกเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของเว็บเพจ  ช่วยสื่อความหมายสร้างความเข้าใจให้กับผุ้ใช้  รวมทั้งช่วยสร้างความสวยงามให้เว็บไซต์น่าดูยิ่งขึ้น

-  ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับการสร้างกราฟฟิกคือ  การเลือกใช้รูปแบบกราฟฟิกที่ไม่เหมาะสมกับลักษณะของรูป  โดยไม่รู้จักความแตกต่างของรูปแบบกราฟฟิก  ส่งผลให้รูปที่ได้มีลักษณะไม่สมบูรณ์และมีไฟล์ใหญ่เกินความจำเป็น

                รูปแบบกราฟฟิกสำหรับเว็บ   ( GIF , JPG , และ PNG)

- GIF ย่อมาจาก Graphic Interchange Format

                - ได้รับความนิยมในยุคแรก

                -  มีระบบเสียงแบบ  Index ซึ่งมีข้อมูลสีขนาด 8 บิต ทำให้มีสีมากสุด  256 สี

                -  มีการบีบอัดข้อมูลตามแนวของพิกเซล  เหมาะสำหรับกราฟฟิกที่ประกอบด้วยสีพื้น

-  JPG  ย่อมาจาก  Joint Photographic Experts Group

                - มีข้อมูลสีขนาด  24  บิต  (True Color) สามารถแสดงสีได้ถึง  16.7  ล้านสี

                -  ใช้ระบบการบีบอัดที่มีลักษณะที่สูญเสีย  (lossy)

                -  ไฟล์ประเภทนี้ควรนำไปใช้กับรูปถ่ายหรือกราฟฟิกที่มีการไล่ระดับสีอย่างละเอียด

- PNG  ย่อมาจาก  Portable  Network  Graphic

                -  สามารถสนับสนุนระบบสีได้ทั้ง  8  บิต  16  บิต  และ  24  บิต

                -  มีระบบการบีบอัดแบบ  Deflate  ที่ไม่ทำให้เกิดการสูญเสีย  (lossless)

                -  มีระบบการควบคุมแกมม่า  (Gamma)  และความโปร่งใส  (Transparency)  ในตัวเอง

               

                ระบบการวัดขนาดของรูปภาพ

-  รูปภาพใช้หน่วยวัดขนาดตามหน้าจอมอนิเตอร์  นั่นก็คือหน่วยพิกเซล  ซึ่งจะมีประโยชน์ในการเปรียบเทียบขนาดของกราฟฟิกกับองค์ประกอบอื่นๆในหน้าเว็บ  รวบถึงขนาดของหน้าต่างเบราเซอร์

-  ระบบความละเอียดของรูปภาพที่แสดงผลบนจอมอนิเตอร์ควรใช้หน่วย  pixel  per  inch  (ppi)

-  แต่ในทางการใช้งานจะนำหน่วย  dot  per  inch  (dpi)  ซึ่งเป็นหน่วยวัดความละเอียดของสิ่งพิมพ์มาใช้งานแทน  ppi

-  ความละเอียดของรูปภาพที่ใช้ในเว็บไซต์ควรมีความละเอียดแค่  72  ppi ก็เพียงพอแล้ว

-  ปัจจุบันมีโปรแกรมหลายประเภทที่นำมาใช้ในการสร้างกราฟฟิกสำหรับเว็บ

                * Adobe  Photoshop  เป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

                * Adobe  ImangeReady  ลักษณะหน้าตาและเครื่องมือคล้ายคลึงกับ  Photoshop  แต่จะถูกพัฒนาข้นเพื่องานกราฟฟิกโดยเฉพาะ   เพิ่มความสามารถในการสร้าง  animation  ได้

                * Firework  มีคุณสมบัติในการตกแต่งตัวอักษรกราฟฟิกที่เห็นผลทันที  การแสดงค่าของสีในระบบเลขฐานสิบหก  การสร้างภาพเคลื่อนไหว  การตัดแบ่งภาพให้มีขนาดเล็กๆสำหรับไฟล์  HTML

-  ค่าพื้นฐานที่สามารถเลือกปรับได้คือ  รูปแบบไฟล์ , ชุดสีที่ใช้ , จำนวนสี , ระดับความสูญเสีย , ความโปร่งใสและสีพื้นหลัง

 

                กราฟฟิกรูปแบบ  GIF

-  มีไฟล์นามสกุลเป็น  .gif

-  ลักษณะเด่นของ  GIF  คือการไม่ขึ้นกับระบบปฏิบัติการใดๆ

-  GIF  เป็นกราฟฟิกประเภทเดียวที่ไม่สามารถนำไปใช้เบราเซอร์ทุกชนิด  โดยไม่ต้องคำนึงถึงเวอร์ชันใดๆ

-  GIF  มีคุณสมบัติในการเคลื่อนไหว

-  GIF  มีระบบสีแบบ  Index  เก็บข้อมูลสีได้สูงสุด  8  bit

-  คุณสมบัติ  Interlacing  คือการบันทึกไฟล์  GIF  เป็น  4  ระดับ  คือ  ที่คุณภาพ  12.5% , 25% , 50% , 100%  ตามลำดับ

                * ข้อดี  คือผู้ใช้เห็นภาพที่กำลังดาว์นโหลดอยู่มีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

                * ข้อเสีย  คือขนาดไฟล์จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

-  ระบบการบีบอัดข้อมูลของ  GIF

*  GIF  มีการบีบอัดข้อมูลแบบไม่สูญเสีย  (Lossiess)  หมายความว่าจะไม่มีการสูญเสียข้อมูลภาพจากการบีบอัด

*  GIF  ใช้การบีบอัดที่เรียกว่า  LZW (Lempei-Ziv-Weleh)  ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ในโปรแกรม  Zip  โดยใช้ประโยชน์จากการจากความซ้ำซ้อนของข้อมูล

-  คุณสมบัติในการเคลื่อนไหว  (Animated  GIF)

                *  รูปที่ประกอบด้วยหลายๆเฟรมในรูปเดียวกัน  เมื่อมีการแสดงผลจะเห็นรูปมีการเปลี่ยนแปลงตามเฟรมต่างๆที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง

                *  ข้อดี  ของ Animated  GIF  คือไม่ต้องอาศัย  plug-in  ใดๆเนื่องจากเบราเซอร์สนับสนุนคุณสมบัตินี้

-  ข้อคิดในการใช้  Animated  GIF

                *  ใช้ภาพเคลื่อนไหวในจุดที่ต้องการให้ผู้ชมสนใจมากที่สุด

                *  ไม่ควรใช้ภาพเคลื่อนไหวมากเกินไป  จะทำให้ผู้ใช้สับสน

                *  ทำให้ภาพเคลื่อนไหวนั้นโหลดได้เร็ว

-  เราสามารถใช้โปรแกรมสร้าง  Animated  GIF  ได้หลายโปรแกรม  เช่น  ImageReady , Firework , GifBuilder  เป็นต้น

-  ค่าต่างๆที่สามารถกำหนดได้ในการออกแบบ  Animeted  GIF 

                *  จำนวนรอบของการแสดงผล

                *  เวลาที่ใช้ในแต่ละเฟรม

                *  ชุดสีที่ใช้

                *  ความโปร่งใส

                *  ลักษณะการแสดงรูปเป็นลำดับขั้น  (Interlacing)

 การลดขนาดไฟล์  GIF

-  จำกัดขนาดของกราฟฟิก

                *  พยายามลดขนาดรูปหรือกราฟฟิกให้เล็กไว้เสมอ

                *  ตัดเอาบางส่วนของรูปที่ไม่มีความจำเป็นออกไป

                *  ใช้กราฟฟิกขนาดเล็กหลายๆรูปรวมกัน  แทนที่จะใช้กราฟฟิกขนาดใหญ่เพียงรูปเดียว

-  ออกแบบโดยใช้สีพื้นๆเข้าไว้

                *  เลือกใช้สีพื้นๆที่ไม่ซับซ้อน  แทนที่จะเป็นการไล่สีจากสีหนึ่งไปอีกสีหนึ่ง

                *  จำกัดปริมาณของส่วนที่มีลักษณะของรูปภาพหรือภาพ่ายในไฟล์  GIF

-  ลดจำนวนสีที่ใช้ลง

                *  แม้ว่ากราฟฟิกรูปแบบ  GIF  มีระบบสี  8  บิต  แต่เราไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งหมดที่มีอยู่ก็ได้

-  ออกแบบลวดลายตามแนวนอน

                *  รูปลักษณะเดียวกัน  2  รูป  รูปที่มีลวดลายตามแนวนอนจะมีขนาดไฟล์เล็กกว่า

 

                กราฟฟิกรูปแบบ  JPEG

-  มีนามสกุลเป็น  .jpg  หรือ  .jpeg

-  ใช้วิธีการบีบอัดข้อมูลแบบ  JFIF  (JPEG  File  interchange  format)

-   ไฟล์ประเภท  JPEG  ไม่ยึดติดกับระบบปฏิบัติการใดๆและสามารถใช้ได้กับเบราเซอร์ทั้ง  Netscape  และ  IE  version  2  เป็นต้นไป

-  ใช้ระบบสีขนาด  24  บิต  ซึ่งจะให้สีสมจริงมากถึง  16.7  ล้านสีส่งผลให้ได้รูปที่มีคุณภาพสูง

-  ระบบการบีบอัดข้อมูลในไฟล์  JPEG

                *  เป็นการบีบอัดแบบ  lossy  คือสูญเสียรายละเอียดบางส่วนของภาพไป

                *  อาศัยประโยชน์จากการที่สายตาคนเราสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆในบริเวณกว้างๆได้ดีกว่าการเปลี่ยนแปลงในบริเวณแคบๆ

                *  ใช้วิธีเก็บข้อมูลความสัมพันธ์ของสีและความสว่างในรูปเหลี่ยมขนาด  8*8  พิกเซลให้อยู่ในรูปแผนภาพความถี่  โดยมีระบบ  Discrete  Cosine  Transform(DCT)  แบ่งแยกข้อมูลที่มีความถี่สูงและต่ำออกจากกัน  จากนั้นข้อมูลบางส่วนในความถี่สูงจะถูกตัดไป  จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระดับคุณภาพ

                *  ประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับการรวมกลุ่มของรายละเอียดในรูป  เช่น  ท้องฟ้า ( ความถี่ข้อมูลต่ำ )  จะบีบอัดได้ดีกว่าใบไม้ใบหญ้า  ( ความถี่ข้อมูลสูง )

                *  JPEG  สามารถบีบอัดข้อมูลในอัตราสูงตั้งแต่  10:1  จนถึง  20:1  โดยที่สายตามนุษย์ไม่อาจมองเห็นคุณภาพที่ลดลงแต่อย่างใด

-  การขยายข้อมูลของ  JPEG

                *  เนื่องจากข้อมูลถูกบีบอัดให้อยู่ในรูปของ  DCT  ดังนั้นเบราเซอร์ต้องทำการขยายข้อมูลก่อนแสดงผล  ดังนั้นเบราเซอร์จะใช้เวลาในการแสดงผลรูป  JPEG  มากกว่า  GIF

                *  เนื่องจากจำนวนบิตของสีไฟล์  JPEG  เป็น  24  บิตเสมอจึงไม่สามารถลดขนาดไฟล์โดยการลดจำนวนบิตของสีลงได้

                *  การลดขนาดไฟล์ทำได้โดยการบีบอัดในอัตราที่สูง  ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพที่ต้องการด้วย

 

                คำแนะนำในกระบวนการออกแบบกราฟฟิกสำหรับเว็บ

-  ออกแบบกราฟฟิกโดยใช้ชุดสีสำหรับเว็บ  (Web Palette)

-  เลือกใช้รูปแบบกราฟฟิกที่เหมาะสม  GIF  หรือ  JPEG

-  ตัดแบ่งกราฟฟิกออกเป็นส่วนย่อย  (Slices)

-  สามารถปรับแต่งชิ้นส่วนของกราฟฟิกได้ตามความเหมาะสมของแต่ละบริเวณ

ใครกำลังประสบปัญหาเนื้อที่การเขียนเอ็นทรีในบล็อกน้อยไปหรือเปล่า

วันนี้จะมานำเสนอวิธีขยายความกว้างพื้นที่แสดงข้อความในเอ็นทรีกัน
เป้นวิธีปรับแต่งความกว้าง สำหรับธีมเวอร์ชั่นใหม่ของเอ็กทีนโดยเฉพาะเลย

ในตัวอย่างจะขยายความกว้างขึ้นอีก 100px (pixels) เพราะง่ายต่อความเข้าใจครับ

ให้ไปที่ Tab ชื่อ Theme
> คลิกที่ปุ่ม Edit ของธีมที่ต้องการ
> หน้าจอ CSS Editor จะโผล่ขึ้นมา
>
ให้แก้ไขข้อมูลของธีมที่ถูกเลือกในจุดต่าง ๆ ตามนี้

#page
#header, #neck, #belly, #leg, #footer
ให้แก้ไขค่า width จาก 780px เป็น 880px

#coverimage
#neck .module
#leg .module
ให้แก้ไขค่า width จาก 730px เป็น 830px

#content
ให้แก้ไขค่า width จาก 490px เป็น 590px


 

เสร็จแล้วในส่วนของการกำหนดค่าตัวเลข แต่ยังไม่เสร็จทั้งหมดครับ
เพราะถ้าสังเกตในธีม จะเห็นว่ามีไฟล์รูปในส่วนที่เป็นขอบของบล็อก
ซึ่งจะเกิดจากไฟล์รูป 3 ไฟล์ประกอบกัน คือ header footer และ belly
ให้รูปมีขนาดความกว้างสูงสุดตามที่เรากำหนดไว้ ซึ่งในที่นี้ก็คือขนาด 880px

#header
ให้กำหนดค่าของ background โดยระบุตำแหน่งรูปใหม่ที่ปรับขนาดแล้ว
url(
เลือกไฟล์ header ที่แก้ไขความกว้างแล้ว) top left no-repeat;

#neck
#leg
ให้กำหนดค่าของ background โดยระบุตำแหน่งรูปใหม่ที่ปรับขนาดแล้ว

url(เลือกตำแหน่งไฟล์ belly ที่แก้ไขความกว้างแล้ว) top left;

#belly
ให้กำหนดค่าของ background โดยระบุตำแหน่งรูปใหม่ที่ปรับขนาดแล้ว
url(
เลือกตำแหน่งไฟล์ belly ที่แก้ไขความกว้างแล้ว) repeat-y;

#footer
ให้กำหนดค่าของ background โดยระบุตำแหน่งรูปใหม่ที่ปรับขนาดแล้ว
url(เลือกตำแหน่งไฟล์ footer ที่แก้ไขความกว้างแล้ว) bottom left no-repeat;

ซึ่งจะต้องนำรูปที่แก้ไขแล้วมาอัพโหลดเก็บไว้ในพื้นที่ในบล็อก
แล้วจึงนำเอา url ของแต่ละภาพไปใส่ในตำแหน่งที่กำหนดไว้

และข่าวดีก็คือ ผมทำรูปพวกนั้นมาให้โหลดกันแล้ว ก๊อปเอาไปใช้กันได้เลย

  • header.png ขนาดความกว้าง 880 pixels [ PNG | GIF ]
  • belly.png ขนาดความกว้าง 880 pixels [ PNG | GIF ]
  • footer.png ขนาดความกว้าง 880 pixels [ PNG | GIF ]

หมายเหตุ: ไฟล์ PNG จะมีการสร้างเงาใต้กรอบรูป ส่วนไฟล์ GIF จะไม่มีเงาครับ

คำเตือน: การใช้ไฟล์ PNG ในบล็อก อาจส่งผลข้างเคียงอย่างรุนแรงกับผู้ที่ใช้ IE ได้ อ่านที่นี่ »

หรือถ้าคุณคิดว่าขนาด 880 นั่นยังกว้างไม่พอสำหรับบล็อกคุณ เอาไปเลย 980 pixels

  • header.png ขนาดความกว้าง 980 pixels [ PNG | GIF ]
  • belly.png ขนาดความกว้าง 980 pixels [ PNG | GIF ]
  • footer.png ขนาดความกว้าง 980 pixels [ PNG | GIF ]

ถ้าเป็นเตียงก็คงเป็นขนาดคิงไซส์กันเลยทีเดียว นอนสบายไม่ตกเตียงขาหัก
ซึ่งน่าจะพอเพียงสำหรับการทำ sidebar แบบสองฝั่งคลองได้ครับ

เสร็จแล้วล่ะ แค่นี้บล็อกของคุณก็จะกว้างขึ้นทันตาเห็น สามารถอัพเอ็นทรีกันได้กว้างจุใจ

***********************************

ใน Exteen เราสามารถเพิ่ม link ที่เราสนใจลงในบลอคของเราได้ ซึ่ง link เหล่านั้น จะอยู่ตรงด้านข้างของ blog entry เราสามารถนำรูปภาพมาใช้เป็น link ได้ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจใน link นั้นมากขึ้น โดยมีวิธีการดังนี้ค่ะ

1. หารูปที่จะนำมาใช้ทำเป็น link ก่อนค่ะ save รูปไว้ในเครื่อง จากนั้น upload ไปไว้ตามเวบที่รับฝากรูปหรือใน Exteen เองก็ได้ค่ะ โดยไปที่ Manage Blog --> Manage Files แล้วเลือกไฟล์รูปที่ต้องการ จากนั้นกด Upload ค่ะ

เลือกรูปแล้วกดปุ่ม Upload

2. เมื่อ Upload เสร็จแล้ว ไฟล์รูปที่เราเลือกจะอยู่ทางด้านซ้าย ให้คลิกที่ชื่อรูปที่เรา upload ขึ้นไปค่ะ จะมีหน้าต่างเล็ก ๆ ขึ้นมาแสดงรูปของเรา

3. คลิกขวาที่รูปแล้วเลือก properties ค่ะ จากนั้นให้ copy url ของรูปเก็บไว้ก่อนค่ะ

คลิกขวาที่รูป แล้วเลือก properties

 

Copy url ของรูปเก็บไว้

4. ต่อไปจะทำการเพิ่ม link แล้วนะคะ ไปที่ Preferences --> Link

5. ตรง Add New Link ในช่อง URL: ให้ใส่ url ของเวบที่เราจะให้ link ไปนะคะ ส่วนตรง Description ให้ใส่ดังนี้ค่ะ

<img src="[url ของรูป]" alt="[คำอธิบายรูป]" border="0">

ตัวอย่างเช่น ถ้าเจนเนสซ่าจะทำรูปที่ link มายังบลอคของเจนเนสซ่าเอง url คือ http://jennessa.exteen.com และ url ของรูปภาพคือ http://uc.exteenblog.com/jennessa/images/banner.jpg (จากตัวอย่างข้างบน) ดังนั้น

ในช่อง URL: จะใส่ว่า jennessa.exteen.com

ในช่อง Description: จะใส่ว่า <img src="http://uc.exteenblog.com/jennessa/images/banner.jpg" alt="Jennessa's Blog" border="0">

ดังรูปข้างล่างค่ะ

ใส่ URL และ Description

ข้อความตรง alt นั้น จะขึ้นมาเมื่อเราเอาเมาส์ไปชี้ค้างไว้ที่รูปค่ะจากนั้นกดปุ่ม ADD ได้เลยค่ะ

6. เสร็จแล้วค่ะ จากนั้นก็ลองดูที่หน้าบลอค จะมีรูปภาพอยู่ใต้เมนู Link เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ

เป็นเพราะว่ารวมวิธีการ upload รูปขึ้นไปใน exteen ด้วย วิธีการก็เลยดูยาวหน่อยนะคะ แต่ถ้าใครที่มีรูปฝากไว้ที่เวบอื่นอยู่แล้ว ก็สามารถข้ามมาทำที่ข้อ 4 ได้เลยค่ะ ดูตัวอย่างผลงานจากเมนู Link ของบลอคนี้ได้เลยค่ะ เพื่อน ๆ คนไหนอยาก link มาหาเราโดยใช้รูปภาพ ก็สามารถ copy ภาพ banner อันนี้ไปใช้ได้เลยนะคะ (^ ^)V

 

**************************************